คุยกับนิ้วเกรียน (1)

by Bugnoms.com on 17/01/2012
Fun1 คุยกับนิ้วเกรียน (1)
ถึง นิ้วเกรียน..
.
.
ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสเข้าไปรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของความรักในหลายๆรูปแบบของคนจำนวนหนึ่ง
คำว่า เปลี่ยนแปลง ที่ว่า ก็คือ มีทั้งการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และ การเปลี่ยนแปลงที่แย่ลง
.
.
ไม่ว่าจะเป็นการที่คนสองคนได้เริ่มตันที่จะคบกัน เริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตร่วมกันตามประเพณีที่ดีงาม
หรือการที่คนสองคนตัดสินใจที่จะแยกจากกัน เพื่อลดระดับความสัมพันธ์ หรือหายไปจากชีวิตของกันและกัน
.
.
น่าแปลกที่การเปลี่ยนแปลงอย่างหลังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย
.
.
แต่สิ่งที่เรามักจะลืมกันทุกครั้งก็คือ
จุดเริ่มต้นที่ดีของความรัก ไม่ได้แปลว่าอนาคตของมันจะสวยงามอย่างที่เราได้วาดฝันไว้..
เช่นเดียวกันกับจุดจบของความรักในวันนี้ ก็ไม่ได้แปลว่า เราจะไม่สามารถเริ่มต้นกับความรักใหม่ได้
ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่….
.
.
จริงไหม?
.
.
.
.
ถึง บักหนอม..
.
.
สำหรับตัวผมเชื่อว่าทุกชีวิต ทุกคนสามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ อยู่ที่ทุกคนจะเริ่มหรือไม่
ชีวิตของเราเราเลือกได้ เลือกที่จะเริ่มหรือไม่เริ่ม…..
.
.
.
คู่รักบางคู่ที่สุดท้ายไม่สามารถไปด้วยกันได้ เมื่อถึงเวลาคนทั้งสองต้องจากกันไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
.
.
.
คนนึงเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นรักครั้งใหม่ ลืมเรื่องเก่า เก็บสิ่งที่ผ่านมาไปไว้เป็นบทเรียนชีวิตจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าต่อไป
นีคือการเริ่มใหม่อย่างชัดเจน
.
.
.
ส่วนอีกคนเลือกที่จะรัก รักกับอดีต รักเพื่อรอ รอว่าวันหนึ่ง สิ่งทีเขาต้องการอาจจะกลับมา
แม้ว่ามันอาจจะไม่มีทางเป็นไปได้ในโลกแห่งความจริง
.
.
.
ผมไม่สามารถบอกได้หรอกว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การตัดสินใจแบบไหน ใครจะมีความสุขมากกว่ากัน
.
.
.
แต่ในช่วงนี้ คนหลายคนที่ผมรู้จักเลือกที่จะรอ
.
.
.
แต่….ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เริ่ม
.
.
.
ผมว่านั่นก็คือการเริ่มต้นใหม่ เริ่มที่จะทำความเข้าใจกับความรักรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป
เริ่มต้นรักในแบบที่รู้ว่าต้องผิดหวัง
.
.
.
เริ่มต้นความรักที่อาจไม่ต้องการสิ่งตอบแทน รักเพียงแค่ที่จะเป็นห่วงและคอยดูแลอยู่ห่างๆ
รักที่เขาเป็นเขา รักที่จะเห็นเขามีความสุข แม้ว่าเราอาจไม่ได้ครอบครอง
.
.
.
คนบางคนสุขเพียงแค่ได้รัก คนบางคนสุขเพราะต้องการคนรัก
.
.
.
บางคนการเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับบางคนการลืมรักในอดีตอาจยากยิ่งกว่าการไปเริ่มต้นรักครั้งใหม่
แต่ที่ผมแน่ใจที่สุดคือ ณ ขณะห้วงเวลา นั้น คนทั้งสองคนต่างก็ตัดสินใจ เลือกทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีที่สุดสำหรับตนเองขณะนั้นแล้ว
เพราะฉะนั้น ก็คงไม่มีอะไรที่จำเป็นต้องเสียใจ
เพราะชีวิตของเราทุกคนนั้น….
เริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ…
จริงไหม?
.
.
.
แล้ววันนี้คุณเริ่มต้นใหม่แล้วหรือยัง?
^^
No Comments

สวัสดีปีใหม่ 2555

by Bugnoms.com on 4/01/2012
001 สวัสดีปีใหม่ 2555
ผ่านไปอีก 1 ปี แสนจะไวเหมือนโกหก…
บล็อกควายๆบล็อกนี้ก็มีอายุครบรอบ 3 ปี
แต่เจ้าของบล็อกก็ยังคงขี้เกียจเขียนเหมือนเดิม ^^
อุตส่าห์คิดว่าปีใหม่ จะเปลี่ยน Theme ของบล็อกเสียใหม่
สุดท้ายก็มาใช้ Theme เดิมแล้วเปลี่ยนสีแทน TwT
.
.
ช่วงเวลาปี 2554 ที่ผ่านมา ตัวผมเองได้เจออะไรเข้ามาหลายๆอย่าง
ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ที่มีทั้งเรืองดีและร้ายในชีวิต
ผิดหวังมาหลายเรื่อง ทุกข์ใจกับปัญหาที่คิดไม่ตก
เพิ่งจะมาผ่านพ้นไปก็ตอนช่วงปลายปี ^^
.
.
ตอนที่บวชเรียนว่าจะเขียนเรื่องสั้น เอาเข้าจริงๆก็ได้แค่เขียน
แต่ไม่มีใครได้อ่าน เพราะผมเองมัวแต่หนีน้ำท่วมจนต้นฉบับหายไปหมด
เหมือนกับเรื่องที่ไปเที่ยวสิงค์โปร์ เขียนได้สองตอนก็เลิก..TwT
.
.
งานการโปรเจ็คยักษ์ใหญ่ประมาณ 3-4 โครงการ ก็ไม่ได้ทำ
มัวแต่นั่งบ้าบอ ไร้สาระ ปล่อยเวลาทิ้งไปวันๆ
บางทีก็คิดว่า แค่ประคองชีวิต รับผิดชอบงานที่ล้นมือให้รอดก็พอแล้ว
จะเอาอะไรกับชีวิตมากมาย … (ข้ออ้าง)
.
.
แต่ ณ ขณะที่กำลังมองพลุวันปีใหม่ ที่พัทยา
ผมคิดกับตัวเองในใจ ปีนี้มันต้องไม่เหมือนเดิม
คือ ถ้าไม่ดีกว่าเดิม ก็ แย่กว่าเดิมไปเลยละกัน
ไม่ว่ายังไงจะขอลองตามใจตัวเองสักครั้ง ^^
.
.
เมื่อพลุปีใหม่ดับลง ผมกลับนึกถึงคำถามหนึ่ง
ที่คนๆนึงเคยถามผมว่า ระหว่างความสุขกับปัญหา
ผมชอบอยู่กับอะไรมากกว่ากัน..
ผมตอบไปทันทีโดยไม่ต้องคิดเลยว่า ผมชอบอยู่กับปัญหา
เพราะหลังจากที่เราแก้ปัญหาได้ เราคงจะมีความสุข
เหมือนคนที่เจอเรื่องร้ายแล้ว มันก็ต้องเป็นคราวที่เจอเรื่องดีบ้างเซ่
.
.
คนๆนั้น ยิ้ม.. แล้วถามผมขำๆว่า
ถ้ามึงเอาแต่อยู่กับปัญหา มึงจะมีความสุขได้ยังไง!!!
เพราะชีวิตทุกคนมันก็เจอกับปัญหา ทุกๆวัน
แล้วถ้ามึงแก้ปัญหาไม่ได้ ก็แปลว่ามึงจะไม่มีความสุขเลยหรือไง
ผมอึ้ง…
.
.
“บางที ปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ เราก็มีความสุขกับมันได้นะ
เหมือนกับความสุขน่ะ ถ้าเรามัวแต่สุขกับมันมากเกินไป
มันก็อาจจะทำให้เราเกิดปัญหาได้เช่นกัน”
คนๆนั้นสรุปให้ผมฟัง
.
.
ปี 2554 ผมเจอกับปัญหาหลายเรื่องที่ไม่สามารถจะแก้ได้
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็ยังมีความสุขที่สามารถผ่านพ้นมันไปได้
ผ่านพ้นโดยที่ปัญหามันไม่ได้หายไป
แต่ตัวผมเองต่างหากที่หายออกไปจากปัญหา
.
.
พลุปีใหม่ สว่างขึ้นแล้วก็ดับไป เป็นความงามเพียงชั่วคราว
บางที ความสุขก็เปรียบเสมือนพลุ มาสั้นๆ ไวๆ แล้วก็จางหายไป
เหลือไว้แต่ความทรงจำ…
.
.
ผมยิ้มให้กับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วคิดในใจว่า
ตลอดปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย…
แต่การเรียนรู้ที่ว่า มันทำให้มุมมองที่มีต่อโลกนี้ ค่อยๆ เปลี่ยนไป…
จากที่เคยมองโลกแบบว่องไว ร้อนแรง วุ่นวาย สับสน
เหมือนเราเป็นที่พยายามควบคุมโลกของตัวเอง
กลายเป็น มองโลกช้าลง ช้าลง เหมือนเราหลุดออกมาจากโลก
แล้วมองย้อนกลับไปแทน…
อ่านแล้วอย่ารู้สึกแปลกใจ ว่าไอ้นี่มันกำลังบ่นอะไรวนไปวนมา
ผมเขียนไปแล้วยังคิดเองเลยว่า ที่มันดูสับสนแบบนี้
บางทีอาจจะเป็นการเข้าสู่สภาวะวัยกลางคน TwT
ถือว่ารับฟังคนที่เริ่มจะแก่บ่นละกันนะฮะ
.
.
ปี 2555 หมอดูหลายสำนักว่ากันว่าโลกจะแตก น้ำจะท่วม
บางคนจะเฮง บางคนจะชง (กาแฟ) รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ว่าแต่มันจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ตัวผมเองก็ยังไม่รู้
(แต่กรูเห็นแมร่งเปลี่ยนแปลงทุกๆปี ยิ่งใหญ่ตลอด T T)
แต่ที่แน่ๆ สำหรับตัวผมเอง ปีนี้ผมจะไม่ตั้งเป้าหมายเหมือนปี 2554 แน่นอน !!!
เพราะตั้งเป้าหมายอะไรไว้ ก็ทำไม่ได้สักกะอย่าง
.
.
สุดท้ายนี้แล้ว เป็นธรรมเนียมปฎิบัติ
ที่ส่วนมากปีใหม่เค้ามักจะถือโอกาสอวยพรกัน
ปีใหม่นี้บักหนอมขอมอบพรสามประการ  ^^
ขอให้มี “ความอยาก” น้อยลง
เพราะเมื่อเรา ไม่อยาก เราก็จะได้ไม่ต้อง ผิดหวัง
ถ้าหากมันไม่เป็นไปตามที่เราตั้งไว้..
ขอให้ “ขยัน” มากขึ้น เพราะถ้าขยันแล้วก็คงมีแรงที่จะไขว่คว้า
หรือพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ออกมาดีกว่าที่มันเป็นอยู่
เพราะมันไม่มีอะไรที่ได้มาโดยที่เรานั่งเฉยๆ
สุดท้าย ขอให้ “มีความสุข” กับ “สิ่งที่เรามี” และ “สิ่งที่เราเป็น”
.
.
สวัสดีปีใหม่ฮะ
2 Comments

ฝนตกขึ้นฟ้า : เรากำลังมองความชอบธรรมผ่านโลกกลับหัว?

by Bugnoms.com on 29/11/2011
05 ฝนตกขึ้นฟ้า : เรากำลังมองความชอบธรรมผ่านโลกกลับหัว?
.
.
.
วินทร์ เลียววาริณ เป็นนักเขียนคนแรกที่ทำให้เด็กคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ
กลายเป็นเด็กที่ “ลุ่มหลง” การอ่านหนังสือ..
แม้ในตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจถึงนัยยะของหนังสือ “ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน” เท่าไรนัก
แต่กลับติดใจแนวคิดวิธีการหักมุมใน “สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง” ขนาดหนัก
.
.
และ
ฝนตกขึ้นฟ้า คือ นิยายที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังฟิลม์นัวร์ ของนักเขียนคนนี้
กลายมาเป็นหนัง ฟิลม์นัวร์ จริงๆ ผ่านฝีมือผู้กำกับที่ชื่อว่า เป็นเอก รัตนเรือง
.
.
เรื่องย่อ
ตุล เป็นอดีตนายตำรวจหนุ่มมือสะอาด อนาคตไกล แต่วันหนึ่งเขาถูกบังคับให้ทิ้งคดีใหญ่ที่สุดคดีหนึ่ง เพราะจำเลยในคดีนั้นคือผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย หลังจากคดีถูกยกฟ้อง ตุล ตัดสินใจลาออกจากราชการ สิ่งหนึ่งที่ประชาชนธรรมดาๆ อย่างเราไม่รู้ก็คือ ในประเทศเรามีองค์กรลับๆ องค์กรหนึ่งถูกตั้งขึ้นมาเมื่อราวๆ 30 ปีมาแล้ว จุดประสงค์ขององค์กรนี้ก็คือ “เก็บ” มารสังคมที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ เช่นพวกนักการเมืองคอร์รัปชั่น พ่อค้ายาเสพติดที่มาในรูปของนักธุรกิจ หรือว่าพวกที่ร่ำรวยอยู่ในอุตสาหกรรมค้าประเวณีเด็ก และอิทธิพลเหนือกฎหมายทั้งหลาย เป็นต้น
.
.
องค์กรนี้เชื่อว่า ในเมื่อความชอบธรรมไม่มีในสังคม เราก็ต้องสร้างความชอบธรรมขึ้นมาเอง ความคิดนี้เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา และปัจจุบันหลายๆ ประเทศต่างก็มีองค์กรเช่นเดียวกันนี้ ตุล กลายเป็นมือสังหารขององค์กรนี้ราว 4 ปีแล้ว
.
.
งานชิ้นล่าสุด ตุล พลาดท่าถูกยิงที่ศีรษะ เขารอดตายหวุดหวิด แต่ก็นอนโคม่าอยู่ร่วม 2 เดือน เมื่อฟื้นขึ้นมา ตุล เห็นภาพทุกอย่างกลับหัว และถึงแม้ว่าเขาจะพักฟื้นจนร่างกายสมบูรณ์แล้ว สายตาของเขาก็ยังเห็นภาพกลับหัวอยู่เช่นเดิม มือสังหารไม่น่าจะเป็นอาชีพที่ดีนักสำหรับคนที่เห็นทุกอย่างกลับหัว ตุล จึงตัดสินใจลาออกจากองค์กรลับแห่งนั้น เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะวางปืน อำลาอดีต และกลับไปบ้านเกิดในชนบทเพื่อมีชีวิตใหม่ที่เรียบง่าย และสงบสุข แต่กรรมที่ ตุล ทำไว้ในอดีตจะปล่อยให้เขาหลุดจากบ่วงของมันได้ง่ายๆ จริงหรือ ความชอบธรรมที่เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขามีส่วนสร้างมันขึ้นมานั้น แท้จริงแล้วมันเป็นความชอบธรรมจริงหรือ และสมณเพศที่ตุลตัดสินใจเข้าไปใช้ชีวิตอยู่นั้นจะสามารถให้ความสงบร่มเย็นกับคนที่ยังไม่ได้รับการอโหสิกรรมอย่างเขา
.
.
หรือ… “มนุษย์เราอาจจะลืมอดีตได้ แต่อดีตไม่มีวันลืมเรา”
Credit: SfCinemacity.com
.
.
(บทความนี้อาจจะเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง)
.
.
ในหนังได้กล่าวถึง บทความที่ชื่อว่า “ยีนพูล กาฝาก กับความยุติธรรม”
มีใจความสำคัญว่า “ผู้ที่แข็งแรงสุดคือผู้ชนะในวิวัฒนาการ แต่ผู้ที่แข็งแรงสุดอาจไม่ใช่ผู้ที่ดีสุด การควบคุมตัดตอนสายพันธุ์ชั่วร้ายจึงเป็นสิ่งจำเป็น” (อ่านบทความฉบับเต็มๆได้ที่หนังสือของคุณวินทร์นะฮะ ^^)
.
.
บทความนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้องค์กรเลือกที่จะสร้าง ความชอบธรรม ในการจัดการ “เก็บ” ยีน(คน)ที่ “เลว” โดยอ้างอิงทฤษฎีที่ว่าเมื่อ ความยุติธรรม ไม่มีจริงในโลก การมีอยู่ขององค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง “ความยุติธรรม” ในสังคมต่อไป
.
.
สำหรับตัวผมเองนั้น เมื่อดูหนังจบ รู้สึกว่า “ความชอบธรรม” สำหรับแต่ละคน “ตีความ” ได้ไม่เหมือนกัน
เหมือนกับการที่เราตัดสินสิ่งที่ดีและเลว จาก ศีลธรรมจากก้นบึ้งของส่วนลึกในจิตใจแต่ละคน
.
.
ดังนั้น เมื่อเราใช้ความชอบธรรมที่ไม่เหมือนกัน แล้ว “ความยุติธรรม” ในโลกนี้มันจะมีจริงได้อย่างไร
.
.
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนจากสังคมของประเทศแห่งหนึ่ง ก็รู้แล้วว่า…
- คนที่อ้างว่าตัวเองมีการศึกษาหลายๆคน ล้วนใช้ความชอบธรรม ในการตัดสินผู้ที่ไร้การศึกษาว่าเป็นผู้ที่ต่ำต้อย หรือพลเมืองเกรดสองของประเทศ ในทางกลับกัน คนที่สถานะทางสังคมต่ำกว่า ก็รังเกียจวิธีทางของผู้ที่สูงกว่า เฉกเช่นเดียวกัน
- ความชอบธรรมในการใช้สิทธิของตนเองแสดงออกการกระทำแบบผิดๆ ที่มักจะมีคำตอบของการกระทำว่า ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน (เพราะคนที่เดือดร้อนมันไม่กล้าพูด เลยแปลว่ามันไม่เดือดร้อน)
- ความยุติธรรมที่เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ที่ร่ำรวยในระบบทุนนิยม มักจะเป็นผู้บริสุทธิ์ในระบบกระบวนการยุติธรรมอย่างสม่ำเสมอ หรือไม่ก็หลบหนีไปต่างประเทศได้อย่างง่ายๆ อย่างที่ควายตัวไหนก็หาไม่เจอ
ดังนั้น ความชอบธรรม และ ความยุติธรรม ที่เราสร้างขึ้นมา จึงไม่อาจเป็นบรรทัดฐานในการจัดการสังคมเน่าๆแบบนี้ได้
.
.
เมื่อตัวละครหลักในเรื่องเอ่ยปากถามตุลว่า เห็นฝนตกขึ้นฟ้าแล้วรู้สึกยังไง..
“ก่อนหน้านี้ ผมมองอะไรเพียงผิวเผิน ฉาบฉวย แต่ตอนนี้ การเห็นภาพกลับหัว มันทำให้ผมมองทุกสิ่งอย่างละเอียดขึ้น”
.
.
.
เมื่อเราเลือกที่จะมองสิ่งที่เรียกว่า ความชอบธรรม และ ความยุติธรรม กลับหัวบ้าง
บางที เราอาจจะมองเห็นว่า…
คำว่า “ธรรม” อาจจะแทนที่ด้วยคำว่า “กรรม”
.
.
.
ในเมื่อเราไม่รู้จักความดี และความเลว
ในเมื่อความยุติธรรม และความชอบธรรมเป็นสิ่งจอมปลอม
บางทีแล้ว “กรรม” อาจจะกลายเป็นคำตอบของ “การกระทำ”
.
.
คิดแล้วน่าเสียดายที่โลกของผมไม่ได้กลับหัว
เพียงแต่ผมเลือกที่จะกลับหัวตัวเอง
แล้วมองโลก
.
.
ก็แค่นั้น?
No Comments