แต่เพียงผู้เดียว…
ในความคิดผมแล้วหนังบางเรื่อง เราอาจจะรู้สึกอยากดูมันโดยที่ไม่ได้สนใจเนื้อหาของเรื่อง …
“แต่เพียงผู้เดียว” เป็นหนังที่นำแสดงโดย “พี่เล็ก” อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (Greasy Caf?) และกำกับโดย “พี่คงเดช” คงเดช จาตุรันต์รัศมี สำหรับคนที่รู้จักชื่อของสองคนนี้ บางทีแค่ได้ยินชื่อก็คงอยากจะดูแล้ว และผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน

เรื่องย่อ
ช่างทำกุญแจ ที่ไม่เคยใสใจกับการใช้ชีวิตและยังคงไม่เคยพบเจอกับความรักอย่าง “เล็ก” กับหนุ่มร้านขายหนังสือแผงลอย ที่กำลังจะโดนไล่ออกจากงาน ซึ่งมีความหลังกับเพลงที่เกิดขึ้นในรักแรกสมัยมหาวิทยาลัยอย่าง “ก้อง” เค้าทั้งสองตัดสินใจ ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปตามห้องต่างๆ ในเวลากลางวันที่คนออกไปทำงาน เค้าทั้งสอง รื้อค้นชีวิต ความลับ ข้าวของต่างๆ จนมาพบกับห้องๆหนึ่งซึ่งเป็นความลับของความรักที่ไม่อาจเปิดเผย
“เล็ก” รู้สึกตัวอีกทีภายในโรงพยาบาลที่ทุกคนต่างเรียกเค้าว่า “ก้อง” เค้าใช้ชีวิตพักฟื้นภายในโรงพยาบาล บ่อยครั้งที่แอบขึ้นไปสูบบุหรี่และพบเจอเพื่อนใหม่ “อ้อย” หญิงสาวผู้ชอบสูดดมกระป๋องเหล็ก เพียงเพื่อจะนำพาให้เธอได้ย้อนกลับสู่ความรู้สึกเก่าๆนั้นอีกครั้ง ทั้งคู่อยู่บนดาดฟ้าพูดคุยมองดูฝูงนกยูงในวันสุดท้ายก่อนที่เล็ก จะออกจากโรงพยาบาล
“เล็ก” รอจนไม่มีใครอยู่เค้าเริ่มต้นการค้นห้องอีกครั้งซึ่งครั้งนี้เป็นห้องของ “ก้อง” ซึ่งทำให้เล็กรับรู้ถึงความรู้สึกและความเป็นตัวตนของก้อง ซึ่งมันนำพามาสู่ตัวเขา จนทำให้วันหนึ่งเล็กได้พบกับ นางในฝัน (หญิงสาวถือร่มสีขาว เสื้อสีชมพู) เหมือนกับที่ ก้องเคยบอกเล่าความรู้สึกในบทเพลงเพียง
แต่ครั้งนี้ไม่มี “ก้อง” อยู่ที่นี่
เราคัดลอก เราฉกฉวย เราดัดแปลง เราจึงมีชีวิต!!!
ที่มาของเรื่องย่อ:
http://www.facebook.com/MyOnlyOwn/info
หลังจากตัวอักษรคำว่า “แต่” ที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ เป็นการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง และมุมมองจากการตีความหนัง ด้วยตัวผมเอง “เพียงผู้เดียว” :)
“แต่”
แต่ “เราสามารถลืมอดีตได้จริงๆหรือ” เป็นความคิดแวปแรกที่ผมรู้สึก
หลังจากได้ยินบทสนทนาที่ “ก้อง” ถาม “เล็ก”
เมื่อก่อนผมคิดว่าทุกๆเรื่องในชีวิตนั้น เราสามารถลืมมันลงได้
“แต่” ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถลืมอดีตได้สักคน
เราเพียงเลือกที่จะเก็บมันใส่ลิ้นชักความทรงจำ
แล้วปิดตายให้เหมือนกับว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
“แต่” กลับเฝ้ารอเวลาที่จะหยิบมันขึ้นมาเปิดอีกครั้ง…
และนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ
ที่คนแก่ๆชอบกลับไปพูดถึงอดีตอยู่เสมอ
:)
การที่พี่เล็กพยายามทำให้ตัวเองไม่มีความทรงจำ หนังทำให้เรารู้จักกับคนที่ไม่เคยใส่ใจอะไรรอบๆตัว
ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย อาหาร สังคมรอบตัว หรือแม้กระทั่ง คนรัก…
“แต่” พี่เล็กได้เลือกที่จะมีความสุขกับการใช้ชีวิตโดยการค้นและรื้อความทรงจำของคนอื่น…
และหยิบมันขึ้นมาเพื่อสร้างเป็นความทรงจำของตัวเอง….
แม้ว่าจะยังไม่กล้ามากนักในตอนแรกๆ ที่ “เริ่ม” เข้าห้องคนอื่น
แต่กลับเป็นหนักกว่าก้องในตอนหลังๆ (อาบน้่ำแม่งเลย) :)
ทำให้ผมคิดว่า ที่จริงแล้ว ตัวเราที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
รู้สึกมีความสุขจากการที่ได้เป็น “คนอื่น” ในสายตาของ “คนอื่น” อีกทอดหนึ่ง
หรือว่าเรามีความสุขจากตัวตนที่แท้จริงของเราเอง…
“แต่” เราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า “ตัวตน” ของเราที่เป็นอยู่นั้น
เป็นของเราจริงๆ โดยที่ไม่ได้ถูกหยิบยืมมาจาก “คนอื่น” อีกทีหนึ่ง
บทสนทนาในหนัง “เล็ก” บอก “ก้อง” ว่า เค้ายังไม่เคยมีความรัก …
ในความคิดของผม คนที่บอกว่าตัวเองยังไม่เคยมีความรักมีอยู่สองประเภท
แอบมีความรัก “แต่” ยังบอกไม่ได้ หรือ เคยมีความรัก “แต่” ยังลืมไม่ได้
“แต่” สิ่งที่ตลกที่สุดสำหรับความทรงจำ ก็คือ
ความทรงจำที่ร้ายๆ ทั้งหลายนั้น เรามักจะจดจำได้เสมอ และกลับนึกถึงมันอยู่บ่อยๆเสียด้วยซ้ำ
อาจจะเหมือนกับผู้หญิงชื่อ “อ้อย” ที่ชอบดมกลิ่นในกล่องเหล็กแห่งความทรงจำ
แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า เมื่อดมเข้าไปแล้วจะทำให้เป็นโรคปอดก็ตาม…
“เพียง”
แค่การตัดสินใจที่ผิดพลาดของ “ก้อง” ที่ก้าวเท้าล้ำเข้าไปในชีวิตคนอื่น
ทำให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดตามมาอีกมากมาย
แม้กระทั่งการตายของคนหนึ่งคนที่ไม่กล้าแสดงออกถึงความรัก…
“เพียง” เพราะว่า เค้าเป็น …. (อ่านต่อใน “ผู้”)
หลายๆคนมักจะบอกว่า ความรัก เป็นแค่ “เพียง” ความรักเท่านั้น
แต่สำหรับคนที่ให้น้ำหนักกับความรัก จะรู้ว่าความรักเป็นมากกว่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักที่ต้องเก็บเป็นความลับ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม…
ขอเพียงแค่เราได้อยู่ด้วยกันตลอดไปก็คงจะดี
และถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ขอเพียงนึกถึงความทรงจำดีๆ
ในครั้งสุดท้ายที่เราจะรู้สึกถึงการมีชีวิต …..
อดีตก็เป็น “เพียง” ส่วนหนึ่งของชีวิต
เราสะสมอดีต คอยนึกถึงความรู้สึกดีๆในอดีตอยู่เสมอ
นั่งดูของเก่า นึกถึงวันคืนเก่าๆ หนังเก่าๆที่เคยดู คนรักคนเก่าที่เคยรัก
รวมถึงความทรงจำดีๆในวันเก่าๆ
แม้ว่าวันนี้จะไม่มีแล้วก็ตาม….
“ผู้”
คำว่า “ผู้ชาย” และ “ผู้หญิง” เป็นคำเรียกเพศที่มนุษย์เป็น “ผู้” กำหนด
แต่ความจริงแล้ว มีผู้ชายอีกมากที่ไม่อยากเป็นผู้ชาย
และในขณะเดียวกัน ก็มีผู้หญิงอีกมากที่ไม่เป็นอยากเป็นผู้หญิง
เพียงแต่เค้าเหล่านั้นเลือกที่จะเป็นไม่ได้….
คำว่า “ผู้” เมื่ออยู่รวมกับคำอื่นแล้ว แสดงให้เห็นถึง ความรู้สึกที่เป็นกลุ่มก้อนอันแสนจะยิ่งใหญ่
กลุ่มก้อนที่พร้อมจะยอมรับและไม่ยอมรับคนมีความคิดที่แตกต่างกัน
เราเรียกบางสิ่งที่”ผู้”คนในสังคมพยายามหล่อหลอมให้เกิดขึ้นว่า “วัฒนธรรม”
การแบ่งแยกชนชั้นต่างๆ ความรู้สึกรังเกียจที่เกิดขึ้นระหว่างกัน
อาจจะเป็นเพราะว่า เรายังไม่เคยถามตัวเองว่า….
ใครกันแน่ คือ “ผู้” ที่เป็นเจ้าของชีวิต
ตัวเราเอง หรือ คนเหล่านั้น….

“เดียว”
ใครสักคนเคยบอกไว้ว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก
แต่เรากลับเกิดขึ้นมาและตายจากไปเพียงคนเดียวในโลก
ท้ายที่สุด….
ผมนึกถึงคำสอนในพุทธศาสนาที่บอกว่า
อย่าไปยึดติดกับสิ่งที่เรียกว่า “ตัวกูของกู”
เราซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัว เอามารวมกันกลายเป็น “ตัวตน”
แต่ที่จริงแล้ว เรามี “ตัวตน” หรือไม่
ก็ไม่มีใครตอบได้…
หนัง ถูกก็อปปี้ มาจากเรื่องราวหนังสือ
หนังสือ ถูกก็อปปี้ มาจากเรื่องราวประสบการณ์
ชีวิตของเราอาจะก็อปปี้มาจากคนอื่น…
ทั้งหมดนี้ คือ การก็อปปี้คนอื่นมาใส่ให้ตนเอง
“แต่ เพียง สิ่ง เดียว” ที่น่าแปลกใจก็คือ
เรากลับไม่อยากให้ “ใคร” มาก็อปปี้เรา…
:)
Posted in LifeStyle
